วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

📌ปิดการขายไม่ได้ใช่ไหม? ลองนำ 12 กลยุทธ์ FOMO Marketing ไปใช้สิ แล้วยอดคุณจะพุ่งกระฉูด!


Editor : Digital RoadZ
---------------------------------------------------------------------
12 กลยุทธ์ FOMO Marketing
ตอนที่ 1 : กลยุทธ์ที่บริษัทเจ้าใหญ่ไม่อยากให้คุณรู้
.
“FOMO” เป็นคำย่อภาษาอังกฤษของวลีที่ว่า Fear Of Missing Out หรืออาการกลัวตกข่าว
วันนี้ผมขอนำเสนอ 12 กลยุทธ์ FOMO Marketing เจ๋งๆ จากบทความของ มนุษย์กลยุทธ์ ที่เผยแพร่ไว้สักระยะ และผมเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆ ที่กำลังประสบปัญหา การปิดการขาย! ทั้งในออนไลน์และออฟไลน์สามารถนำ กลยุทธ์ ไปใช้ได้สบายครับ
.
Psychology Today เว็บไซต์ชื่อดังที่นำเสนอเรื่องราวทางจิตวิทยาได้นำเสนอคอนเซ็ปต์ของ FOMO ไว้อย่างน่าฟังว่า อาการแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโลกดิจิตอล แต่เกิดขึ้นกับเราในชีวิตจริง ๆ และเป็นกันทุกคน
.
ยกตัวอย่างให้เห็นได้ชัด เช่น เวลาที่คุณเดินเข้าไปในงานเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูงที่นัดกันมารวมตัวกัน แต่คุณไปช้ากว่าเวลาหน่อย แล้วคุณเห็นเพื่อนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน คุณมักจะถามเพื่อนๆว่า “กำลังคุยกันเรื่องอะไรอยู่?" นั่นแหละคืออาการ กลัวที่จะตกข่าว หรือตามกระแสไม่ทันเบื้องต้น
แต่ถ้ายิ่งเพื่อนๆของคุณกลับบอกว่า “ไม่มีอะไรมากหรอก” ยิ่งเป็นการกระตุ้นอาการโฟโมของคุณเพิ่มขึ้น
.
ในทางสถิติพบว่ากว่า 56% ของคนในปัจจุบันมีอาการ โฟโมกับอุปกรณ์มือถือ โดยกังวลว่าตัวเองจะพลาดเรื่องราวสำคัญ ข่าวเด่นประเด็นร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีประเด็นเผ็ดร้อนทางโซเชียล
พูดง่ายๆคือ “ทุกวันนี้ไม่มีใครอยากล้าหลัง หรือ ตกข่าวเด่นประเด็นเด็ด”
.
แล้วการตลาดแบบ FOMO คืออะไร ?
จากตัวเลขทางสถิติพบว่า รวม ๆ แล้วคนที่เกิดในยุคมิลเลนเนียล (อายุ 18-35) ประมาณ 69% มีการตอบสนองกับกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์เป็นอย่างดี และ 60%ของคนกลุ่มนี้ตอบสนองด้วยการซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ เพราะ “โฟโม” หรือพูดให้เข้าใจง่ายไปกว่านั้นคือ “คนเหล่านี้ซื้อสินค้าเพียงเพราะไม่ต้องการพลาดเรื่องอะไรในชีวิตไป”
.
อย่างไรก็ดีไม่ใช่เฉพาะ กลุ่ม มิลเลนเนียล (อายุ 18-35) ในปี 2019 นี้เท่านั้น แต่กว่าครึ่งหรือ 56% ที่ได้กล่าวมาแล้ว มีอาการกลัวตกข่าวซึ่งสำหรับคนไทยตัวเลขนี้คงจะสูงกว่านี้มาก ๆ
.
ปัจจุบันนี้ โซเชียลมีประชากรประมาณ 3 พันล้านคนที่ใช้อย่างสม่ำเสมอ (ข้อมูลจาก We are Social) แสดงให้เห็นถึงกลุ่มประชากรที่ใหญ่มาก และที่สำคัญคือเพิ่มขึ้นในทุกวินาที
.
มนุษย์กลยุทธ์ขอนำกลยุทธ์การตลาดแบบ FOMO มานำเสนอให้เป็นกลยุทธ์ติดกระเป๋าเอาไว้เพื่อการทำการตลาดในรูปแบบออนไลน์นะครับ.
1.แสดงให้เห็นว่ามีคนกำลังซื้ออยู่ในขณะนั้น
การขึ้นชื่อและพื้นที่ ๆ อยู่ของลูกค้าคนล่าสุดที่เพิ่งซื้อไปบนหน้าเพจให้ผู้เข้ามาชมนั้นได้เห็น เช่น “คุณสุพจน์จากจังหวัดลำปาง เพิ่งซื้อสินค้าไป” ซึ่งเราจะเห็นตัวอย่างแบบนี้บ่อย ๆ ใน Booking.comagoda และหลายแอปพลิเคชั่นซื้อสินค้าที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้
.
2. สร้างความรู้สึกในการขาดโอกาสให้เห็นได้ชัดเจน
เคยไหมครับที่เวลาเข้าไปจองโรงแรม หรือที่พักบางแห่งทำไมถึงมีข้อความไฮไลต์ตัวสีแดงเข้มว่า “ขออภัยในความไม่สะดวก ในช่วงเวลาที่คุณต้องการพักที่พักนี้เป็นช่วงที่เป็นที่นิยม ห้องพักในโรงแรมได้ถูกจองเต็มหมดแล้วในช่วง วันที่ ... ถึงวันที่ ... คุณสามารถเลื่อนโปรแกรมของคุณได้ไหม?”
.
เป็นข้อความที่ดูซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่ได้ขายอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณจะถูกกระตุ้นให้ตัดสินใจจองห้องพักในโรงแรมนี้ในวันใกล้เคียง หรือที่พักอื่นในบริเวณนี้ให้เร็วมากยิ่งขึ้นเพราะคุณจะรู้สึกกังวลว่าจะไม่มีที่พักนั่นเอง
.
3.สร้างความขาดแคลน แสดงจำนวนที่เหลือในสต๊อคอย่างชัดเจน
ความรู้สึกกำลังจะขาดแคลนเป็นส่วนผสมหลักของการตลาดแบบ “FOMO” เพราะลูกค้ากำลังรู้สึกว่าสินค้าหรือบริการเหล่านั้นมีจำกัด และกำลังจะหมดลงไป
.
มีหลายวิธีครับที่จะสร้างความรู้สึกขาดแคลนได้อย่างง่าย ๆ เช่น การแสดงจำนวนสินค้าคงเหลือ ที่เรามักจะถูกกระตุ้นเวลาที่เข้าไปซื้อของ online จะมีข้อความว่า “เหลือเพียง 2 ชิ้นในสต๊อค หรือ 5 ชิ้นในสต๊อค” หรือเวลาจองห้องพัก จะเห็นข้อความว่า “เหลือเพียง 1 ห้อง” หรือ “เหลือเพียง 4 ห้องสุดท้าย” นั่นเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดแบบโฟโม ที่มีอานุภาพกลยุทธ์หนึ่งเลยทีเดียว
.
4. ขึ้นนาฬิกานับถอยหลังให้ผู้เข้าชมได้เห็น
การขึ้นเวลานับถอยหลังจะกระตุ้นการตัดสินใจของผู้เข้าชมได้ดีในเรื่องของ ความจำกัดทางด้านเวลา เราจะเห็นบ่อยมากในเว็บหรือแอปพลิเคชั่นซื้อสินค้าออนไลน์ เช่น “เริ่มต้นที่ 299 บาท โปรโมชั่นนี้สิ้นสุดใน 16:45:28 ด้วยการทำแบบนี้ เราจะรู้สึกถูกกระตุ้นให้รีบตัดสินใจ และรีบซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ในทันที เพราะข้อจำกัดทางด้านเวลานั่นเอง
.
5. ขึ้นช่วงเวลาที่จำกัดให้ผู้ชมได้เห็น
เป็นการใช้หลักการเดียวกันกับการขึ้นนาฬิกาให้ผู้เข้าชมได้เห็นครับ นั่นคือการกำหนดช่วงเวลาที่จำกัด การกำหนดโอกาสที่ขาดแคลน ดังนั้นผู้ซื้อจะถูกกระตุ้นให้ซื้อ หรือหาของเพื่อจะซื้อจะได้ไม่พลาดโอกาส จะได้ไม่ตกยุค ซึ่งบางทีก็ซื้อเพราะว่าโอกาสนั้นเปิดเท่านั้นเอง ไม่ได้ซื้อเพราะความต้องการ หรือจำเป็นต้องใช้สินค้าเพื่อบริโภคอย่างไรเลย
.
การตลาดแบบโฟโม นั้นเป็นการตลาดที่เราเห็นได้ในปัจจุบันที่อาศัยความรู้สึกกลัวภายในใจของเรามาเป็นปัจจัยสิ่งเร้ากระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าหรือบริการ แต่ยังไม่หมดเพราะกลยุทธ์นี้ยังมีอีกมาก มาติดตามต่อกันตอนหน้าเพื่อครบสูตรตำรา กลยุทธ์ การตลาดสุดแสบ โฟโม มาร์เก็ตติ้ง ในตอนต่อไปครับ
.
---------------------------------------------------------------------
#DigitalRoadZ #FOMO
Credit : มนุษย์กลยุทธ์
---------------------------------------------------------------------
กด "ติดตาม" แล้วกด "เห็นโพสต์ก่อน" เพื่อไม่พลาดข่าวสาร อัพเดท จาก Digital RoadZ 😀

วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

📌3 ขั้นตอนง่ายๆ ดีไซน์ Rich Message และ Rich Menu ด้วยตัวคุณเอง


Editor : Digital RoadZ
---------------------------------------------------------------------
ดีไซน์ Rich Message และ Rich Menu ได้เองง่ายๆ และฟรีด้วย! ที่นี่เลย Rich Content Maker    
3 ขั้นตอนง่ายๆ ก็มี Rich Message หรือ Rich Menu ได้เอง ฟรี!

1.) คลิกลิงค์ เลือกสร้าง Rich Message หรือ Rich Menu ตามต้องการ
Rich Message คลิก https://lineforbusiness.com/richmessagemaker/  
(แนะนำให้ใช้บนคอมพิวเตอร์)
2.) ใส่รูป ไอคอน ข้อความ ตามใจชอบ เรียบร้อยแล้วกดบันทึก เพื่อดาวน์โหลดรูป
3.) เข้าไปที่ manager.line.biz เพื่ออัปโหลด Rich Message หรือ Rich Menu ไว้ที่ LINE Official Account ของร้านคุณ

---------------------------------------------------------------------

Credit : LineforBusiness

กด "ติดตาม" แล้วกด "เห็นโพสต์ก่อน" เพื่อไม่พลาดข่าวสาร อัพเดท จาก Digital RoadZ 😀
Facebook - 
https://www.facebook.com/DigitalRoadZee/
IG - 
https://www.instagram.com/digitalroadz/
Twitter - https://twitter.com/DigitalRoadZ

📌ปิดการขายไม่ได้ใช่ไหม? ลองนำ 12 กลยุทธ์ FOMO Marketing ไปใช้สิ แล้วยอดคุณจะพุ่งกระฉูด!

Editor : Digital RoadZ --------------------------------------------------------------------- 12 กลยุทธ์ FOMO Marketing ตอนที่ ...